วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 3

บททที่ 3
6.วิธีการศึกษา
   วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษารูปแบบการสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่น
  6.1 วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผู้วิจัยจะสัมภาษณ์เชิงลึกกับนักการ เมืองท้องถิ่นจำนวน 15 คน (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชายจำนวน 8 คน และเป็นหญิงจำนวน 7 คน) ผู้เก็บข้อมูลจัดเตรียมคำถามต่างๆไว้ล่วงหน้า โดยถามแบบคำถามเปิด (Open Questions) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระโดยมีแนวคำถามในประเด็นต่างๆ ดังนี้ คำถามทั่วไป อาทิ เพศวัยการศึกษาสถานภาพการสมรสประวัติการทำงานและอื่นๆ ตัวอย่างคำถาม 
  -รูปแบบการสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่น
  -ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจในการเลือกรูปแบบการสื่อสารและ อุปสรรคที่เกิดขึ้นกับการสื่อสารที่ส่งผล ต่อการทำงานด้านการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่น 
  6.2 วิธีการสัมภาษณ์กลุ่ม (Focus Group Interview) ผู้วิจัยจะทำการสัมภาษณ์กลุ่มโดยจะทำการสัมภาษณ์กลุ่มต่อประชาชนท้องถิ่นจำนวน 5 คน
  -คำถามทั่วไป อาทิ เพศ วัย การศึกษา สถานภาพสมรส ประวัติการทำงานและ อื่นๆ 
  -รูปแบบการสื่อสารของนักการเมืองใน ท้องถิ่นนั้น 
  -ปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการรับรู้ ของตนหรือประชาชนในท้องถิ่นนั้นต่อการสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่น 
  6.3 วิธีการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม (Non-Participation Observation) ผู้วิจัยจะใช้วิธีการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมเป็นวิธีเสริมเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ได้รับจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสัมภาษณ์กลุ่มนั้นส่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม อย่างไรบ้างต่อท้องถิ่นและประชาชนในแต่ละท้องถิ่นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ การทดสอบแบบสัมภาษณ์ ก่อนที่จะนำแบบสอบถามไปใช้ในการเก็บ รวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยนำแบบสัมภาษณ์ที่สร้างไปหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา(Content Validity)และความน่าเชื่อถือของแบบสัมภาษณ์โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 
  -การทดสอบความเที่ยงตรง(Validity) การสัมภาษณ์ (Interview) ผู้วิจัยใช้วิธีการสังเกตการณ์อย่างไม่มีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์กลุ่มของประชาชนท้องถิ่นนั้นเป็นวิธีในการตรวจสอบความเที่ยงตรงของข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ ส่วนคำถามของการสัมภาษณ์เชิงลึกใช้การตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหา (Content Validity) กับผู้เชี่ยวชาญ 
  -การทดสอบความน่าเชื่อถือ(Reliability)ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบแบบสัมภาษณ์ก่อนนำไปใช้จริง (Pre-Test )โดยการนำแบบสัมภาษณ์ทั้งหมด ไปทดสอบกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ชาย นวน 1 คนและหญิงจำนวน 1 คนซึ่งไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างที่จะศึกษาเพื่อทดสอบความเข้าใจในคำถามว่าตรงกับความหมายและเนื้อหาที่ผู้วิจัยตั้งใจไว้หรือไม่และทดสอบภาษาที่ใช้ในแบบสัมภาษณ์ว่าผู้ตอบมีปัญหาในการตอบหรือไม่อย่างไรและจะนำผลของการทดสอบเนื้อหาไปปรับปรุงแก้ไขแบบสอบถามต่อไป
7.สรุปและอภิปรายผล 
รูปแบบการสื่อสารของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถสรุปเป็น3 รูปแบบ กล่าวคือ 
  (ก) การสื่อสารแบบพูดคุยกันโดยตรง 
  (ข) การสื่อสารมวลชน 
  (ค) การประชุมอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
  -ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกรูปแบบการสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่นได้แก่ ปัจจัยด้านงบประมาณด้านประสิทธิผลของสื่อ ด้านข้อดีข้อเสียของสื่อ ด้านความสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ด้านความเหมาะสมของเนื้อหา ด้านความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น ด้านความสอดคล้องกับวัฒนธรรมของท้องถิ่น ด้านความสะดวกและความพร้อมของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและด้านการเป็นสื่อที่สร้างความจดจำที่ดีแก่ประชาชนในท้องถิ่น 
  การสื่อสารและผลงานเป็นที่ประจักษ์มีความสำคัญสำหรับนักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น เนื่องจากกิจกรรมการเมืองมีความเกี่ยวพันต่อความเป็นอยู่ของประชาชนการที่ผู้นำท้องถิ่นรับนโยบายจากหน่วยงานราชการแล้วนำไปเผยแพร่แก่ประชาชนในท้องถิ่นในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัด อบต.สัญจรและการเผยแพร่ข่าวสารโดยผ่านหอกระจายข่าว เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการไหลของข่าวสารแบบ 2 จังหวะ นอกจากนั้น การศึกษาพบว่า นักการเมืองท้องถิ่นได้ใช้การสื่อสารระหว่างบุคคลในการติดต่อสื่อสารกับประชาชนในท้องถิ่นนั้นซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ของ Katz and Lazarsfeld (1955:57)
ที่ทําการ ศึกษารูปแบบการสื่อสารระหว่างบุคคล(Interper- sonal Communication) หรือการสื่อสารแบบ เผชิญหน้า